Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 4

<< | หน้าที่ 4 | >>
{๑๗} [๑๗] (เทวดากล่าวว่า)

พราหมณ์ เจ้าศากยบุตรพระองค์นั้น

เป็นพระสัมพุทธเจ้า ทรงถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง

บรรลุกำลังแห่งอภิญญาทั้งหมดแล้ว

มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง

ทรงถึงธรรมเป็นที่สิ้นกรรมทุกอย่าง

ทรงน้อมพระทัยไปในธรรมเป็นที่สิ้นอุปธิ

{๑๘} [๑๘] พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นพระพุทธเจ้าในโลก

มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรม

ท่านจงไปทูลถามพระองค์เถิด

พระองค์จักทรงพยากรณ์ปัญหานั้นแก่ท่านได้

{๑๙} [๑๙] พราหมณ์พาวรีได้ฟังคำว่า พระสัมพุทธเจ้า

ก็เบิกบานใจ ความเศร้าโศกก็เบาบางลง

และได้รับปีติเปี่ยมล้น

{๒๐} [๒๐] พราหมณ์พาวรีนั้นดีใจ เบิกบานใจ

เกิดความปลาบปลื้มใจ

จึงไต่ถามเทวดาถึงพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

(และประกาศว่า) พระสัมพุทธเจ้า

ผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์โลกประทับอยู่ ณ ที่ไหน

จะเป็นบ้าน นิคม หรือชนบทใดก็ตาม

พวกเราพึงไปเข้าเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า

ผู้สูงสุดกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

{๒๑} [๒๑] (เทวดากล่าวว่า)

เจ้าศายกบุตรพระองค์นั้น ผู้ทรงชนะมาร

มีพระปัญญากว้างขวาง มีพระปัญญาล้ำเลิศแผ่ไพศาลยิ่ง

ทรงปราศจากธุระ ไม่มีอาสวะ

ทรงเป็นผู้รู้แจ้งเรื่องศีรษะและธรรมที่ทำให้ศีรษะตกไป

ทรงเป็นผู้องอาจกว่านรชน

ประทับอยู่ ณ มณเฑียรสถานของพระเจ้าโกศลเขตกรุงสาวัตถี


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka