Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 6

<< | หน้าที่ 6 | >>
{๒๘} [๒๘] แต่ถ้าบุคคลนั้น ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต

จะเป็นพระอรหันตสัมพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยม

มีกิเลสดุจเครื่องปิดบัง อันเปิดแล้ว

{๒๙} [๒๙] พวกเธอจงทูลถามด้วยใจเท่านั้นถึงชาติ

โคตร ลักษณะ มนตร์ ศิษย์คนอื่น ๆ

ศีรษะและธรรมที่ทำให้ศีรษะตกไป

{๓๐} [๓๐] ถ้าบุคคลนั้นเป็นพระพุทธเจ้า

ผู้มีปกติเห็นธรรมหาเครื่องกางกั้นมิได้

เมื่อพวกเธอถามปัญหาด้วยใจแล้ว

ก็จักทรงวิสัชนาด้วยพระวาจา

{๓๑} [๓๑] ครั้นฟังคำของพราหมณ์พาวรีแล้ว

พราหมณ์ ๑๖ คนผู้เป็นศิษย์ คือ (๑) อชิตะ

(๒) ติสสเมตเตยยะ (๓) ปุณณกะ (๔) เมตตคู

{๓๒} [๓๒] (๕) โธตกะ (๖) อุปสีวะ (๗) นันทะ (๘) เหมกะ

(๙) โตเทยยะ (๑๐) กัปปะ (๑๑) ชตุกัณณิ ผู้เป็นบัณฑิต

{๓๓} [๓๓] (๑๒) ภัทราวุธ (๑๓) อุทัย (๑๔) โปสาละ

(๑๕) โมฆราช ผู้มีปัญญา (๑๖) ปิงคิยะ ผู้เป็นมหาฤๅษี

{๓๔} [๓๔] พราหมณ์ผู้เป็นศิษย์ ๑๖ คนนั้น

แต่ละคนเป็นเจ้าหมู่ เจ้าคณะ มีชื่อปรากฏแก่ชาวโลกทั่วไป

เป็นผู้บำเพ็ญฌาน ยินดีในฌาน

เป็นผู้มีปัญญาปราดเปรื่อง

เคยอบรมวาสนาแต่ชาติปางก่อนทั้งนั้น

๑ กิเลสดุจเครื่องปิดบัง มี ๕ อย่าง ได้แก่ ตัณหา ทิฏฐิ กิเลส ทุจริต อวิชชา พระผู้มีพระภาค ทรงเผากิเลสเหล่านี้ด้วยไฟคือญาณ (ดูรายละเอียดในข้อ ๑๑๘/๓๘๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka