Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 30 หน้าที่ 130

<< | หน้าที่ 130 | >>
พวกข้าพระองค์ได้ทูลถามปัญหาใดกับพระองค์

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสบอกปัญหานั้นแก่พวกข้าพระองค์แล้ว

ข้าพระองค์ขอทูลถามปัญหาอื่นต่อไป

ขอพระองค์โปรดตรัสบอกปัญหานั้นด้วยเถิด

นักปราชญ์ทั้งหลาย จะข้ามโอฆะ ชาติ ชรา

โสกะ และปริเทวะได้อย่างไรหนอ

พระองค์ผู้เป็นพระมุนี ขอโปรดตรัสแก้ปัญหานั้น

แก่ข้าพระองค์ให้แจ่มแจ้งด้วยเถิด

เพราะธรรมนั้น พระองค์ทรงทราบชัดแล้ว

[๒๒] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า เมตตคู)

บุคคลรู้ชัดธรรมใดแล้ว มีสติเที่ยวไปอยู่

พึงข้ามตัณหาที่ชื่อว่าวิสัตติกาในโลกได้

เราจักกล่าวธรรม(นั้น)ที่รู้ประจักษ์ด้วยตนเอง

ในธรรมที่เราเห็นแล้ว แก่เธอ (๕)

คำว่า ธรรม ในคำว่า เราจักกล่าวธรรม...แก่เธอ อธิบายว่า เราจักกล่าว คือ จักบอก แสดง บัญญัติ กำหนด เปิดเผย จำแนก ทำให้ง่าย ประกาศพรหมจรรย์ ที่มีความงามในเบื้องต้น มีความงามในท่ามกลาง มีความงามในที่สุด พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์ครบถ้วน สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ นิพพาน และปฏิปทาเครื่องดำเนินไปสู่นิพพาน รวมความว่า เราจักกล่าวธรรม...แก่เธอ

คำว่า เมตตคู เป็นคำที่พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกพราหมณ์นั้นโดยชื่อ

คำว่า ในธรรมที่เราเห็นแล้ว ในคำว่า ที่รู้ประจักษ์ด้วยตนเอง ในธรรมที่ เราเห็นแล้ว อธิบายว่า ในธรรมที่เราได้เห็นแล้ว คือ ในธรรมที่ได้รู้แล้ว ใน ธรรมที่ได้เทียบเคียงแล้ว ในธรรมที่ได้พิจารณาแล้ว ในธรรมที่ทำให้แจ้งแล้ว ในธรรมที่ทำให้กระจ่างแล้ว ได้แก่ ในธรรมที่เราได้เห็นแล้ว คือ ในธรรมที่ได้รู้แล้ว ในธรรมที่ได้เทียบเคียงแล้ว ในธรรมที่ได้พิจารณาแล้ว ในธรรมที่ทำให้แจ้งแล้ว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka