ธรรม ๕ อย่างที่ควรละ คือ นิวรณ์ ๕
ธรรม ๖ อย่างที่ควรละ คือ ตัณหา ๖
ธรรม ๗ อย่างที่ควรละ คือ อนุสัย ๗
ธรรม ๘ อย่างที่ควรละ คือ มิจฉัตตะ ๘ ๑
ธรรม ๙ อย่างที่ควรละ คือ ธรรมที่มีตัณหาเป็นมูล ๙ ๒
ธรรม ๑๐ อย่างที่ควรละ คือ มิจฉัตตะ ๑๐ ๓
{๖๕} [๒๔] ปหานะ ๒ คือ
๑. สมุจเฉทปหานะ (การละด้วยการตัดขาด)
๒. ปฏิปัสสัทธิปหานะ (การละด้วยสงบระงับ)
สมุจเฉทปหานะซึ่งเป็นโลกุตตรมรรคและปฏิปัสสัทธิปหานะซึ่งเป็นโลกุตตรผล ในขณะแห่งผล ย่อมมีแก่บุคคลผู้เจริญมรรคที่ให้ถึงความสิ้นไป
ปหานะ ๓ คือ
๑. เนกขัมมปหานะ เป็นเครื่องสลัดออกจากกาม
๒. อรูปฌาน เป็นเครื่องสลัดออกจากรูปฌาน
๓. นิโรธ เป็นเครื่องสลัดออกจากสังขตธรรมที่เกิดขึ้นแล้วอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาศัยกันและกันเกิดขึ้น
บุคคลผู้ได้เนกขัมมะย่อมละและสละกามได้ บุคคลผู้ได้อรูปฌานย่อมละและ สละรูปได้ บุคคลผู้ได้นิโรธย่อมละและสละสังขารได้