Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 31 หน้าที่ 332

<< | หน้าที่ 332 | >>
พระโยคาวจรให้อินทรีย์ ๕ ตั้งอยู่ในอพยาบาท อินทรีย์ ๕ ของพระโยคาวจร ให้พระโยคาวจรตั้งอยู่ในอพยาบาท

พระโยคาวจรให้อินทรีย์ ๕ ตั้งอยู่ในอาโลกสัญญา อินทรีย์ ๕ ของพระโยคาวจร ให้พระโยคาวจรตั้งอยู่ในอาโลกสัญญา

พระโยคาวจรให้อินทรีย์ ๕ ตั้งอยู่ในอวิกเขปะ อินทรีย์ ๕ ของพระโยคาวจร ให้พระโยคาวจรตั้งอยู่ในอวิกเขปะ ฯลฯ

พระโยคาวจรให้อินทรีย์ ๕ ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรค อินทรีย์ ๕ ของพระโยคาวจร ให้พระโยคาวจรตั้งอยู่ในอรหัตตมรรค

พึงเห็นอินทรีย์ เพราะมีสภาวะให้ตั้งอยู่อย่างนี้

สุตตันตนิทเทสที่ ๔ จบ


๕. อินทริยสโมธาน


ว่าด้วยการประชุมอินทรีย์


{๔๕๙} [๒๐๔] ปุถุชนเมื่อเจริญสมาธิ เป็นผู้ฉลาดในความตั้งไว้ด้วยอาการเท่าไร พระเสขะเมื่อเจริญสมาธิ เป็นผู้ฉลาดในความตั้งไว้ด้วยอาการเท่าไร ท่านผู้ ปราศจากราคะเมื่อเจริญสมาธิ เป็นผู้ฉลาดในความตั้งไว้ด้วยอาการเท่าไร

คือ ปุถุชนเมื่อเจริญสมาธิ เป็นผู้ฉลาดในความตั้งไว้ด้วยอาการ ๗ อย่าง พระ เสขะเมื่อเจริญสมาธิ เป็นผู้ฉลาดในความตั้งไว้ด้วยอาการ ๘ อย่าง ท่านผู้ปราศจาก ราคะเมื่อเจริญสมาธิ เป็นผู้ฉลาดในความตั้งไว้ด้วยอาการ ๑๐ อย่าง

{๔๖๐} ปุถุชนเมื่อเจริญสมาธิ เป็นผู้ฉลาดในความตั้งไว้ด้วยอาการ ๗ อย่าง อะไรบ้าง

คือ เพราะน้อมนึกถึงแล้ว ปุถุชน

๑. เป็นผู้ฉลาดในความตั้งไว้ซึ่งอารมณ์

๒. เป็นผู้ฉลาดในความตั้งไว้ซึ่งสมถนิมิต

๑ ดูความเต็มองค์ธรรมในข้อ ๑๙๒-๑๙๓ หน้า ๓๐๗-๓๐๙ ในเล่มนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka