Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 139

<< | หน้าที่ 139 | >>
๔. ปัญจสีลสมาทานิยเถราปทาน


ประวัติในอดีตชาติของพระปัญจสีลสมาทานิยเถระ


(พระปัญจสีลสมาทานิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึง กล่าวว่า)


{๒๖} [๑๓๔] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นลูกจ้างอยู่ในกรุงจันทวดี มัวขวนขวายในการงานของผู้อื่น จึงไม่ได้บวช

[๑๓๕] (ข้าพเจ้าคิดว่า) มวลมนุษย์ถูกความมืดมนอนธการปิดบังไว้แล้ว ถูกไฟ ๓ กองแผดเผาอยู่ เราจะพรากจากไปได้ด้วยอุบายอย่างไรหนอ

[๑๓๖] ไทยธรรม ของเราก็ไม่มี เราช่างเป็นคนน่าสงสาร เป็นลูกจ้างอยู่ ทางที่ดี เราพึงรักษาศีล ๕ ให้บริบูรณ์

[๑๓๗] ข้าพเจ้าจึงเข้าไปหาภิกษุชื่อว่านิสภะ ผู้เป็นสาวกของพระมุนีพระนามว่าอโนมทัสสี แล้วรับสิกขาบท ๕ ข้อ

[๑๓๘] ครั้งนั้น หมู่สัตว์มีอายุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ปี ข้าพเจ้าได้รักษาศีล ๕ ให้บริบูรณ์ตลอดระยะเวลาเท่านั้น

[๑๓๙] เมื่อเวลาใกล้ตายมาถึงเข้า เหล่าเทวดาย่อมให้ข้าพเจ้าดีใจว่า ท่านผู้นิรทุกข์ รถเทียมม้า ๑,๐๐๐ ตัวคันนี้ปรากฏแล้วเพื่อท่าน

[๑๔๐] เมื่อจิตดวงสุดท้ายยังเป็นไปอยู่ ข้าพเจ้าหวนระลึกถึงศีลของตนเอง

๑ ไฟ ๓ กอง ในที่นี้หมายถึงไฟในนรก ไฟในเปรตวิสัย และ ไฟในวัฏสงสาร (ขุ.อป.อ. ๒/๑๓๕/๔๘)
๒ ไทยธรรม หมายถึงวัตถุที่ควรให้มีข้าวและน้ำเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๑๓๖/๔๘)
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka