Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 138

<< | หน้าที่ 138 | >>
[๑๒๗] พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก ศาสนาของพระชินเจ้าแผ่ไปอยู่ พระองค์ทรงลั่นอมตเภรีบรรเทาลูกศรคือความเศร้าโศกได้

[๑๒๘] ท่านทั้งหลายควรทำอธิการ ในนาบุญที่ยอดเยี่ยมตามกำลังของตน ท่านทั้งหลายจักพบพระนิพพาน

[๑๒๙] ท่านทั้งหลายจงรับสรณะ ๓ จงรักษาศีล ๕ ทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าแล้วจักทำที่สุดทุกข์ได้

[๑๓๐] พวกท่านทุกคนจงถือข้าพเจ้าเป็นตัวอย่าง รักษาศีลแล้วก็จักบรรลุอรหัตตผลได้โดยไม่นานเลย

[๑๓๑] (พระติสรณคมนิยเถระกราบทูลว่า) ข้าพระองค์เป็นผู้ได้วิชชา ๓ มีฤทธิ์ ฉลาดในเจโตปริยญาณ ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก ข้าพระองค์เป็นสาวกของพระองค์ ขอถวายบังคมพระยุคลบาทของพระศาสดา

[๑๓๒] ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป ข้าพระองค์ได้ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถึงสรณะ

[๑๓๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระติสรณคมนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ติสรณคมนิยเถราปทานที่ ๓ จบ


๑ อธิการ หมายถึงการสะสมบุญอันเป็นการทำที่ยิ่ง (ขุ.อป.อ. ๒/๕-๖/๒๓๒)
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka