Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 190

<< | หน้าที่ 190 | >>
[๑๕] ผู้นั้นจักเป็นธรรมทายาทของพระองค์ เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต จักเป็นพระอรหันต์มีนามว่าสตรังสี

[๑๖] ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ก็ได้บวชเป็นบรรพชิต มีนามว่าสตรังสี ข้าพเจ้ามีรัศมีแผ่ออกไป

[๑๗] ข้าพเจ้ามีปกติเข้าฌาน ยินดีในฌาน อยู่ที่มณฑปหรือโคนต้นไม้ ทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้าย อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

[๑๘] ตลอด ๖๐,๐๐๐ กัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ มีนามเหมือนกันว่าราม สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๑๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระสตรังสิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สตรังสิยเถราปทานที่ ๒ จบ


๓. สยนทายกเถราปทาน


ประวัติในอดีตชาติของพระสยนทายกเถระ


(พระสยนทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)


{๕๕} [๒๐] ข้าพเจ้ามีจิตผ่องใส ได้ถวายที่นอนแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงอนุเคราะห์สัตว์โลกทั้งปวงพระองค์นั้น

[๒๑] ด้วยผลแห่งการถวายที่นอนนั้น โภคสมบัติจึงบังเกิดมีแก่ข้าพเจ้า


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka