Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 189

<< | หน้าที่ 189 | >>
๒. สตรังสิยเถราปทาน


ประวัติในอดีตชาติของพระสตรังสิยเถระ


(พระสตรังสิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)


{๕๔} [๘] พระผู้มีพระภาคผู้เป็นผู้สูงสุดแห่งบุรุษ เสด็จขึ้นภูเขาสูงแล้วประทับนั่งอยู่ ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ผู้จบมนตร์ อยู่ในที่ไม่ไกลจากภูเขา

[๙] ข้าพเจ้าได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ผู้มีความเพียรมาก ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ผู้องอาจกว่านรชน ประนมมือแล้ว ชมเชยพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า

[๑๐] พระมหาวีรพุทธเจ้าพระองค์นี้ ทรงประกาศธรรมอันประเสริฐ มีหมู่ภิกษุแวดล้อม รุ่งเรืองดังกองไฟ

[๑๑] พระผู้มีพระภาคทรงเป็นดุจมหาสมุทรที่หวั่นไหวได้ยาก ทรงเป็นดุจห้วงน้ำที่ข้ามได้ยาก ทรงเป็นดุจราชสีห์ที่ไม่ครั่นคร้าม มีพระจักษุแสดงธรรมอยู่

[๑๒] พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงเป็นผู้นำ ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว ประทับยืนอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๑๓] ผู้ใดได้ถวายอัญชลีและชมเชยพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ผู้นั้นจักได้ครองเทวสมบัติ ๓๐,๐๐๐ กัป

[๑๔] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอังคีรส ผู้ทรงทำลายกิเลสเครื่องห่อหุ้มได้แล้ว จักเสด็จอุบัติขึ้นในครั้งนั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka