[๒๘] สมัยนั้น พระผู้มีพระภาค ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน เสด็จขึ้นสู่ที่จงกรมในอากาศซึ่งเป็นทางลม
[๒๙] ข้าพเจ้าได้เห็นความอัศจรรย์ซึ่งไม่เคยมี น่าขนพองสยองเกล้านั้นแล้ว จึงวางถาดสำริดลง ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี
[๓๐] กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้าในโลก พร้อมทั้งเทวโลกและมนุษยโลก ขอจงทรงอนุเคราะห์รับข้าวปายาสของข้าพระองค์เถิด
[๓๑] พระผู้มีพระภาคผู้สัพพัญญู ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เป็นศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว จึงทรงรับไว้
[๓๒] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวปายาส
[๓๓] ในกัปที่ ๔๑ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นกษัตริย์ผู้จักรพรรดิพระนามว่าพุทธะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๓๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระปายาสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ปายาสทายกเถราปทานที่ ๓ จบ