Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 495

<< | หน้าที่ 495 | >>
[๗๗] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงส่งบริษัทไปแล้วเสด็จเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้าเวหาส

[๗๘] เมื่อพระพุทธเจ้าผู้เป็นนรชนผู้ประเสริฐเสด็จลุกขึ้น แม้ฉัตรขาวก็ลอยขึ้นด้วย ฉัตรที่งามเลิศลอยไปข้างหน้าของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๗๙] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยฉัตรดอกไม้

[๘๐] ในกัปที่ ๗๔ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ชาติ มีพระนามเหมือนกันว่าชลสิขะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๘๑] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระปุปผฉัตติยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ปุปผฉัตติยเถราปทานที่ ๙ จบ


๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน


ประวัติในอดีตชาติของพระสปริวารฉัตตทายกเถระ


(พระสปริวารฉัตตทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึง กล่าวว่า)


{๓๓๒} [๘๒] พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ทรงโปรยฝนคือธรรมให้ตกอยู่ เหมือนน้ำฝนในอากาศ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka