Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 24

<< | หน้าที่ 24 | >>
[๑๕๗] เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้าได้สละทรัพย์สมบัติทั้งปวง

ออกบวชเป็นบรรพชิต ขณะที่ปลงผมเสร็จ

[๑๕๘] ข้าพเจ้าพิจารณาร่างกายโดยความสิ้นไปและความเสื่อมไป

ก็ได้บรรลุอรหัตตผลก่อนการรับสิกขาบท

[๑๕๙] ทานอันประเสริฐที่เกิดจากมือเรา

ซึ่งเราประกอบดีแล้ว ชื่อว่าเป็นอันให้ดีแล้ว

เพราะการถวายข้าวยาคูนั้นเอง

ข้าพเจ้าจึงได้บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว

[๑๖๐] ข้าพเจ้าไม่รู้สึกว่ามีความเศร้าโศก ความร่ำไร

ความป่วยไข้ ความกระวนกระวาย

ความเดือดร้อนใจเกิดขึ้นเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวยาคู

[๑๖๑] โอหนอ ข้าวยาคูข้าพเจ้าได้ถวายดีแล้วหนอ

ข้าพเจ้าได้ถวายข้าวยาคูแด่หมู่พระสงฆ์

ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม

จึงได้รับอานิสงส์ ๕ ประการ

[๑๖๒] คือ (๑) ไม่มีความเจ็บไข้ (๒) มีรูปงาม

(๓) ตรัสรู้ธรรมเร็วพลัน (๔) ได้ข้าวและน้ำ (๕) มีอายุยืน

[๑๖๓] บุคคลใด ๆ ยังโสมนัสให้เกิดอยู่

ถวายข้าวยาคูแด่หมู่พระสงฆ์

บุคคลนั้นเป็นบัณฑิตพึงได้รับอานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้

[๑๖๔] กิจทุกอย่างที่ควรทำ ข้าพเจ้าก็ได้ทำเสร็จแล้ว

ภพทั้งหลายข้าพเจ้าก็เพิกถอนได้แล้ว

อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

๑ บทที่ไม่หวั่นไหว หมายถึงพระนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๑/๒๖๖/๒๗๖)
๒ กิจทุกอย่างที่ควรทำ ในที่นี้หมายถึงการกำจัดกิเลสให้สิ้นไป (ขุ.อป.อ. ๑/๓๕๔/๒๘๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka