Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 38

<< | หน้าที่ 38 | >>
[๔๗] ด้วยการถวายอาสนะนี้ และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

เขาจะไม่ตกนรกเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป

[๔๘] เขาจักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติตลอด ๕๐ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘๐ ชาติ

[๔๙] และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

จักมีความสุขในที่ทุกสถานเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏ

[๕๐] ครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้เป็นนักปราชญ์ตรัสดังนี้แล้ว

ได้เสด็จเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้า

เหมือนพญาหงส์ในอากาศ

[๕๑] ยานคือช้าง ยานคือม้า

วอและคานหาม ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน

นี้เป็นผลแห่งการถวายอาสนะที่เดียว

[๕๒] เมื่อข้าพเจ้าเข้าป่าแล้วต้องการอาสนะ

บัลลังก์ดังจะรู้ความดำริของข้าพเจ้าก็ปรากฏขึ้น

[๕๓] เมื่ออยู่ท่ามกลางน้ำต้องการที่นั่ง

บัลลังก์ดังจะรู้ความดำริของข้าพเจ้าก็ปรากฏขึ้น

[๕๔] ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใด ๆ

คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

บัลลังก์ ๑๐๐,๐๐๐ แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

[๕๕] ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพทั้ง ๒

คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์

เกิดในตระกูลเพียง ๒ ตระกูล

คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka