Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 143

<< | หน้าที่ 143 | >>
๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน

[๖๐] ข้าพเจ้ากล่าวสรรเสริญพระสัพพัญญู

ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ ด้วยคาถา ๖ คาถาแล้ว

ประนมมือยืนนิ่งอยู่ในเวลานั้น

[๖๑] พระพุทธเจ้าผู้มีปัญญาเสมอด้วยพื้นปฐพี

เป็นเมธีชั้นเลิศ ซึ่งชนทั้งหลายถวายพระนามว่าสุเมธะ

ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๖๒] เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีจิตเลื่อมใส

ได้กล่าวสรรเสริญญาณของเรา

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๖๓] ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๗๗ กัป

จักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติอยู่ในเทวโลกตลอด ๑,๐๐๐ ชาติ

[๖๔] จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายร้อยชาติ

และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๖๕] เขาจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

ก็จักเป็นผู้มั่นคงในกรรมดี

จักเป็นผู้มีความดำริไม่บกพร่อง มีปัญญาเฉียบแหลม

[๖๖] ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๖๗] ผู้นี้จักไม่มีความกังวล ออกบวช

จักบรรลุอรหัตตผลตั้งแต่อายุได้ ๗ ขวบ

[๖๘] ในระหว่างกาลที่ข้าพเจ้าจำความได้

จนถึงการบรรลุศาสนธรรมนี้

ข้าพเจ้าไม่รู้จักความไม่สบายใจเลย


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka