Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 142

<< | หน้าที่ 142 | >>
[๕๔] พระองค์ผู้เป็นพระศาสดาผู้สูงสุด

แห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้ปรากฏดุจธง

เป็นดุจธงชัยและเป็นดุจเสาพิธีผูกสัตว์บูชายัญ

เป็นที่หมายปอง เป็นที่พึ่ง และเป็นดุจดวงประทีปของหมู่สัตว์

ภาณวารที่ ๒๑ จบ


[๕๕] พระองค์เป็นผู้ฉลาด เป็นนักปราชญ์ในญาณทัสสนะ

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นไปได้

ข้าแต่พระมุนี ผู้อื่นที่จะช่วยหมู่สัตว์

ให้ข้ามพ้น(วัฏฏสงสาร)ไปได้ยิ่งกว่าพระองค์ไม่มีในโลก

[๕๖] มหาสมุทรที่ลึกที่สุด ก็พึงอาจที่จะประมาณได้ด้วยปลายหญ้าคา

ข้าแต่พระสัพพัญญู ส่วนพระญาณของพระองค์

ใคร ๆ ไม่อาจจะประมาณได้เลย

[๕๗] แผ่นดินก็อาจจะวางลงบนตราชั่งแล้วชั่งดูได้

ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ

แต่สิ่งที่เสมอด้วยพระปัญญาของพระองค์ไม่มีเลย

[๕๘] อากาศก็อาจจะวัดได้ด้วยเชือกและนิ้วมือ

ข้าแต่พระสัพพัญญู ส่วนศีลของพระองค์

ใคร ๆ ไม่อาจจะประมาณได้เลย

[๕๙] น้ำในมหาสมุทร อากาศและพื้นแผ่นดิน

สิ่งทั้ง ๓ นี้ ก็พึงอาจประมาณได้

ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ

พระองค์เป็นผู้ที่ใคร ๆ จะประมาณไม่ได้เลย

๑ ญาณทัสสนะ หมายถึงมัคคญาณ ผลญาณ สัพพัญญุตญาณ ปัจจเวกขณญาณ วิปัสสนาญาณ (ที.สี.อ. ๑/๒๓๔/๑๙๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka