Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 146

<< | หน้าที่ 146 | >>
[๘๒] ล่วงวิสัยของชนเหล่านั้น

ทำลายเครื่องผูกมัดคือกามได้แล้ว

เผากิเลสหมดแล้ว บรรลุสัมโพธิญาณอันสูงสุด

[๘๓] ข้าพเจ้าได้ฟังพระดำรัสของพระองค์แล้ว

จึงได้กราบทูลคำนี้ว่า ข้าแต่พระมหามุนี

ถ้าพระองค์เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า

ขอเชิญพระองค์ประทับนั่งเถิด

[๘๔] พระองค์ทำที่สุดทุกข์ได้ ข้าพระองค์จักบูชาพระองค์

ข้าพเจ้าจึงได้ลาดหนังสัตว์ถวายพระศาสดา

[๘๕] พระผู้มีพระภาคประทับนั่งบนหนังสัตว์นั้น

ดุจพญาราชสีห์นั่งอยู่ในถ้ำ

ข้าพเจ้ารีบขึ้นภูเขาเก็บผลมะม่วง

[๘๖] ดอกสาละที่สวยงามและแก่นจันทน์ซึ่งมีราคามาก

ข้าพเจ้ารีบหอบของทั้งหมดเข้าเฝ้าพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

[๘๗] ได้ถวายผลไม้แด่พระพุทธเจ้า แล้วใช้ดอกสาละบูชา

ได้ใช้แก่นจันทน์ลูบไล้แล้วไหว้พระศาสดา

[๘๘] ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี มีปีติไพบูลย์แล้ว

พระศาสดาผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

พระนามว่าสุเมธะ ประทับนั่งบนหนังสัตว์

[๘๙] พระองค์เมื่อจะให้ข้าพเจ้ารื่นเริง

ได้ทรงพยากรณ์กรรมของข้าพเจ้าในครั้งนั้นว่า

ด้วยการถวายผลไม้กับของหอมและดอกไม้ทั้ง ๒ อย่างนี้

[๙๐] ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๑๒๕ กัป

เขาจักเป็นผู้มีความดำริทางใจไม่บกพร่อง มีอำนาจ

[๙๑] จักไปเกิดเป็นมนุษย์ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีฤทธิ์มาก

มีมหาสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขตตลอด ๑๒๖ กัป


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka