Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 163

<< | หน้าที่ 163 | >>
๑๐. สาลมัณฑปิยเถราปทาน


[๒๐๖] มาณพนี้จุติจากเทวโลกแล้ว

จักมาเกิดเป็นมนุษย์ แม้ในมนุษยโลกนี้

เครื่องมุงบังดอกสาละ จักทรงอยู่ตลอดกาลทั้งปวง

[๒๐๗] ในมนุษยโลกนี้ การฟ้อนรำและการขับร้อง

ที่ประกอบด้วยเสียงกังสดาลอย่างไพเราะ

จักแวดล้อมมาณพนี้เป็นนิตย์

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๐๘] และเมื่อดวงอาทิตย์อุทัย ฝนดอกสาละจะตกลง

ฝนดอกสาละที่ประกอบด้วยบุญกรรม

จักตกลงมาตลอดกาลทั้งปวง

[๒๐๙] ในกัปที่ ๑,๘๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราชจักอุบัติขึ้นในโลก

[๒๑๐] มาณพนี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น

เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๒๑๑] เมื่อเขาตรัสรู้ธรรม จักมีเครื่องมุงบังดอกสาละ

เมื่อถูกเผาอยู่บนเชิงตะกอน

ที่เชิงตะกอนนั้นก็จักมีเครื่องมุงบังดอกสาละ

[๒๑๒] พระมหามุนีพระนามว่าปิยทัสสี

ทรงพยากรณ์วิบากแล้ว แสดงธรรมแก่บริษัท

ให้ชุ่มชื่นด้วยฝนคือธรรม

[๒๑๓] ข้าพเจ้าได้ครองเทวสมบัติในเทวโลกตลอด ๓๐ กัป

ได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๖๗ ชาติ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka