Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 178

<< | หน้าที่ 178 | >>
เพราะได้ก่อพระสถูปทราย

ข้าพเจ้าจึงได้บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว

[๗๗] สัตว์ผู้ปรารถนาจะทำกุศล ชื่อว่ายึดถือสิ่งที่เป็นสาระ

เขตหรืออเขตไม่สำคัญ การปฏิบัติเท่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ

[๗๘] บุรุษผู้มีกำลัง มีความอุตสาหะที่จะข้ามทะเลใหญ่

พึงถือท่อนไม้เล็ก ๆ แล้ววิ่งลงทะเลใหญ่ด้วยคิดว่า

[๗๙] เราอาศัยท่อนไม้นี้แล้วจักข้ามทะเลใหญ่ไปได้

นรชนพึงข้ามทะเลใหญ่ไปได้ด้วยอุตสาหวิริยะ แม้ฉันใด

[๘๐] ข้าพเจ้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน อาศัยกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ

ที่ได้กระทำไว้แล้วจึงข้ามพ้นสงสารไปได้

[๘๑] เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้าถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว

เกิดในตระกูลพราหมณมหาศาลที่มั่งคั่งในกรุงสาวัตถี

[๘๒] มารดาบิดาของข้าพเจ้าเป็นผู้มีศรัทธา

นับถือพระพุทธเจ้า

ท่านทั้ง ๒ นั้นเห็นธรรมแล้วและได้ฟังธรรมแล้ว

ประพฤติตนตามคำสอน

[๘๓] ท่านทั้ง ๒ ถือสะเก็ดไม้โพธิ์ให้สร้างเป็นพระสถูปทอง

นมัสการในที่เฉพาะพระพักตร์ของพระศากยบุตร ทุกเช้าเย็น

[๘๔] ในวันอุโบสถ ท่านทั้ง ๒ นำพระสถูปทองออกมาแล้ว

กล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณ

ให้เวลาผ่านไปตลอด ๓ ยาม (ด้วยการปฏิบัติธรรม)

[๘๕] ข้าพเจ้าได้เห็นพระสถูปทองเสมอ

จึงระลึกถึงเจดีย์ทรายขึ้นได้

นั่งบนอาสนะเดียวได้บรรลุอรหัตตผลแล้ว

ภาณวารที่ ๒๒ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka