Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 235

<< | หน้าที่ 235 | >>
[๑๒๑] ข้าพเจ้าแสดงพุทธานุสสติ

ได้ทำปัญญาเครื่องตรัสรู้ให้เกิดแก่ผู้ฟัง

เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีปัญญาเห็นแจ้งอรรถที่ละเอียด

[๑๒๒] ข้าพเจ้าเป็นผู้สิ้นอาสวะทุกอย่าง

จักข้ามพ้นห้วงน้ำคือสังสารวัฏไปได้

และเป็นผู้ได้วสี ไม่ถือมั่น ถึงความดับสนิท

[๑๒๓] ในกัปนี้เอง ข้าพเจ้าได้สดุดีพระชินเจ้าไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๑๒๔] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๒๕] การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๑๒๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระสุคันธเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สุคันธเถราปทานที่ ๑๐ จบ


ติณทายกวรรคที่ ๕๓ จบบริบูรณ์


๑ คำว่า ไม่ถือมั่น หมายถึงไม่ถือกิเลสเครื่องยึดมั่นถือมั่น คือ อุปาทาน ๔ ประการ คือ (๑) กามุปาทาน (๒) ทิฏฐุปาทาน (๓) สีลัพพตุปาทาน (๔) อัตตวาทุปาทาน (ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๑๒/๒๙๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka