Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 243

<< | หน้าที่ 243 | >>
มีทรรศนะที่หาเครื่องกั้นมิได้

ได้ตรัสพระดำรัสนี้ในชุมนุมชนว่า

[๔๐] ‘จงดูมาณพนี้ ผู้นุ่งผ้าเนื้อเกลี้ยงสีเหลือง

มีสังวาลทองคำคล้องกาย

ดึงดูดดวงตาและดวงใจของหมู่ชนไว้ได้

[๔๑] ในอนาคตกาล

มาณพนี้ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้สัทธาธิมุต

จักได้เป็นสาวกของพระโคดม

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๔๒] เขาเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

จักเป็นผู้เว้นจากความเดือดร้อนทั้งปวง

เป็นที่รวมแห่งโภคะทุกอย่าง มีความสุขเวียนว่ายตายเกิดไป

[๔๓] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๔๔] มาณพผู้นี้จักมีนามว่าวักกลิ ตามโคตร

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

เป็นพระสาวกของพระศาสดา’

[๔๕] ด้วยผลกรรมที่วิเศษนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๔๖] ข้าพเจ้ามีความสุขในที่ทุกสถาน

เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

ได้เกิดในตระกูลหนึ่งในกรุงสาวัตถี


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka