Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 242

<< | หน้าที่ 242 | >>
มีพระอิริยาบถสงบ เป็นที่สั่งสมคุณ

เป็นดุจสาครที่รองรับพระกรุณาคุณและพระปัญญาคุณ

[๓๒] ถึงในครั้งไหน ๆ พระมหาวีระพระองค์นั้น

ก็เป็นผู้ที่พรหม อสูร และเทวดาบูชา เป็นผู้สูงสุดในหมู่ชน

ในท่ามกลางหมู่ชนที่คับคั่งไปด้วยเทวดาและมนุษย์

[๓๓] เมื่อจะให้บริษัททั้งปวงยินดีด้วยพระพักตร์มีกลิ่นหอม(เบิกบาน)

และด้วยพระสุรเสียงที่ไพเราะเพราะพริ้ง

จึงได้ชมสาวกของพระองค์ว่า

[๓๔] ภิกษุอื่นผู้มุ่งมั่นด้วยศรัทธา มีปัญญาดี

มีความอาลัยในการดูเราเช่นกับวักกลิภิกษุนี้ไม่มีเลย

[๓๕] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นบุตรของพราหมณ์ในกรุงหงสวดี

ได้ฟังพระดำรัสนั้น จึงปรารถนาตำแหน่งนั้น

[๓๖] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ทูลนิมนต์พระตถาคต

ผู้ไม่มีมลทินพระองค์นั้น พร้อมด้วยพระสาวก

ให้เสวยและฉันตลอด ๗ วันแล้วให้ครองผ้าชุดใหม่

[๓๗] ข้าพเจ้าหมอบลงแล้วจมลง(ดื่มด่ำ)ในสาคร

คือพระอนันตคุณของพระตถาคตพระองค์นั้น

เต็มเปี่ยมไปด้วยปีติ ได้กราบทูลคำนี้ว่า

[๓๘] ข้าแต่พระมหามุนี ผู้เป็นพระฤาษี

ขอข้าพระองค์จงเป็นเช่นกับภิกษุผู้เป็นสัทธาธิมุต (มุ่งมั่นด้วยศรัทธา)

ที่พระองค์ทรงตรัสชมเชยว่า เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีศรัทธา

[๓๙] เมื่อข้าพเจ้ากราบทูลดังนี้แล้ว

พระมหามุนีผู้มีความเพียรมาก


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka