Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 249

<< | หน้าที่ 249 | >>
[๘๓] นิมนต์ให้ฉันตลอดไตรมาส แล้วให้ครองไตรจีวร

ข้าพเจ้าทั้งหมดจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๘๔] ข้าพเจ้าทั้งหลายจุติจากสวรรค์นั้นแล้ว

กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ในกุกกุฏบุรี ข้างภูเขาหิมพานต์

[๘๕] ข้าพเจ้าได้เป็นโอรสผู้มียศใหญ่นามว่ากัปปินะ

พวกที่เหลือเกิดในตระกูลอำมาตย์แวดล้อมข้าพเจ้า

[๘๖] ข้าพเจ้ามีความสุขในราชสมบัติเป็นอันมาก

สำเร็จสิ่งที่ต้องประสงค์ทุกประการ

ได้ฟังข่าวการอุบัติของพระพุทธเจ้าที่พวกพ่อค้าบอกดังนี้ว่า

[๘๗] ‘พระพุทธเจ้าผู้เป็นเอกอัครบุคคล ไม่มีใครเหมือน

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก พระองค์ทรงประกาศพระสัทธรรม

ซึ่งเป็นอมตะเป็นสุขอย่างประเสริฐ

[๘๘] และสาวกของพระองค์ขวนขวายดีแล้ว

หลุดพ้นดีแล้ว ไม่มีอาสวะ’

ครั้นข้าพเจ้าได้ฟังคำของพ่อค้าเหล่านั้นแล้ว

ได้ทำสักการะพวกพ่อค้า

[๘๙] สละราชสมบัติ พร้อมด้วยอำมาตย์ ได้เป็นพุทธมามกะ

พากันออกเดินทาง ได้เห็นแม่น้ำมหาจันทามีน้ำเต็มเสมอขอบฝั่ง

[๙๐] ทั้งไม่มีท่าน้ำ ไม่มีแพ ข้ามได้ยาก

และยังมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว

ข้าพเจ้าข้ามแม่น้ำไปได้โดยความสวัสดี

เพราะระลึกถึงพระพุทธคุณว่า

[๙๑] ‘ถ้าพระพุทธเจ้าทรงข้ามกระแสน้ำคือภพ

ทรงถึงที่สุดแห่งโลก ทรงรู้แจ้งไซร้

ด้วยสัจวาจานี้ ขอการไปของข้าพเจ้าจงสำเร็จ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka