Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 248

<< | หน้าที่ 248 | >>
มีวรรณะเหมือนแก้วมุกดาที่งดงาม

มีนัยน์ตาและใบหน้าที่ผ่องใส

[๗๕] มีบริวารเป็นอันมาก ทำราชการ มียศใหญ่

มหาอำมาตย์นี้ปรารถนาตำแหน่งภิกษุผู้กล่าวสอน

เพราะร่วมยินดีด้วย

[๗๖] ด้วยบิณฑบาต ด้วยการบริจาค

และด้วยการตั้งความปรารถนาไว้นี้

เขาจะไม่เกิดยังทุคติเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป

[๗๗] จักเสวยความเป็นผู้มีส่วนแห่งความเป็นเทวดาในหมู่เทพ

และความเป็นใหญ่ในหมู่มนุษย์

จักบรรลุพระนิพพานด้วยผลกรรมที่เหลือ

[๗๘] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๗๙] มหาอำมาตย์นี้จักมีนามว่ากัปปินะ

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

เป็นสาวกของพระศาสดา

[๘๐] จากนั้น ข้าพเจ้าได้ทำสักการะที่กระทำไว้ดีแล้ว

ในศาสนาของพระชินเจ้า ละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต

[๘๑] ข้าพเจ้าครองราชสมบัติในเทวโลก

และมนุษยโลกโดยธรรม แล้วเกิดในตระกูลช่างหูก

ในหมู่บ้านใกล้กรุงพาราณสี

[๘๒] ข้าพเจ้ากับภรรยามีบริวาร ๑๐๐,๐๐๐ คน

ได้อุปัฏฐากพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka