Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 256

<< | หน้าที่ 256 | >>
[๑๓๖] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้พบภูเขาหินสูงในป่า

จึงไต่บันไดขึ้นไปยังภูเขาลูกนั้นแล้วผลักบันไดให้ตกลง

[๑๓๗] ครั้งนั้น พระเถระได้ตักเตือนพวกข้าพเจ้าว่า

‘การอุบัติขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าหาได้แสนยาก

อีกประการหนึ่ง ศรัทธาที่ได้ไว้ก็หายาก

และศาสนายังเหลืออีกเล็กน้อย

[๑๓๘] ผู้ที่ปล่อยเวลาให้ผ่านไป จะต้องตกลงไปในสาคร

คือความทุกข์ซึ่งไม่มีที่สิ้นสุด

เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายควรกระทำความเพียร

ตลอดเวลาที่ศาสนายังดำรงอยู่เถิด’

[๑๓๙] ครั้งนั้น พระเถระนั้นเป็นพระอรหันต์

องค์รองได้เป็นพระอนาคามี

พวกข้าพเจ้าที่เหลือจากนั้น เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์

ประกอบความเพียร จึงได้ไปเกิดยังเทวโลก

[๑๔๐] พระเถระองค์ที่ข้ามสงสารไป

ได้ปรินิพพานในพรหมโลกชั้นสุทธาวาสเพียงองค์เดียว

ข้าพเจ้าทั้งหลาย คือ (๑) ตัวข้าพเจ้า (๒) พระปุกกุสาติ

(๓) พระสภิยะ (๔) พระพาหิยะ

[๑๔๑] (๕) พระกุมารกัสสปะ เกิดในที่นั้น ๆ

อันพระโคดมทรงอนุเคราะห์

จึงหลุดพ้นจากเครื่องจองจำคือสงสารได้

[๑๔๒] ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลมัลลกษัตริย์

ในกรุงกุสินารา เมื่อยังอยู่ในครรภ์นั่นแหละ

มารดาได้สิ้นพระชนม์ เขาช่วยกันยกขึ้นสู่จิตกาธาน

ข้าพเจ้าได้ตกลงมาจากจิตกาธานนั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka