Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 284

<< | หน้าที่ 284 | >>
ก็ดำรงพระชนมายุอยู่ประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

[๓๓๓] ครั้งนั้น ข้าพเจ้ารับจ้างทำงานของบุคคลอื่นในตระกูลหนึ่ง

ในกรุงหงสวดี ข้าพเจ้าไม่มีทรัพย์สินอะไรที่เป็นของตนเลย

[๓๓๔] ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ที่ศาลาพักผ่อนที่เขาปรับพื้นไว้แล้ว

ได้ก่อไฟขึ้นที่ศาลา พื้นศิลาจึงดำเพราะถูกไฟไหม้

[๓๓๕] ครั้งนั้น พระโลกนาถผู้ประกาศสัจจะ ๔

ได้ตรัสสรรเสริญสาวกผู้ทรงจีวรเศร้าหมองในที่ประชุมชน

[๓๓๖] ข้าพเจ้าพอใจในคุณนั้นของพระองค์ จึงได้ปรนนิบัติพระตถาคต

ปรารถนาตำแหน่งที่สูงสุดคือความเป็นผู้เลิศ

กว่าภิกษุผู้ทรงจีวรเศร้าหมอง

[๓๓๗] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ

ได้ตรัสกับสาวกทั้งหลายว่า

จงดูบุรุษนี้ผู้มีผ้าห่มเศร้าหมอง ร่างกายผอมบาง

[๓๓๘] แต่สีหน้าผ่องใสเพราะปีติ

ประกอบด้วยทรัพย์คือ ศรัทธา มีโลมชาติชูชัน

มีใจร่าเริง ไม่หวั่นไหว เหมือนหมู่ไม้สาละที่หนาแน่น

[๓๓๙] บุรุษนี้ผู้มีความพอใจในคุณของภิกษุชื่อสัจจเสนะ

ผู้ทรงจีวรเศร้าหมองนั้น จึงปรารถนาตำแหน่งนั้น

[๓๔๐] ข้าพเจ้าได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้วเป็นผู้เบิกบาน

ซบศีรษะลงถวายพระชินเจ้า กระทำแต่กรรมที่ดีงาม

ในศาสนาพระชินเจ้าจนตลอดชีวิต

๑ เหมือนหมู่ไม้สาละวนที่หนาแน่น ในที่นี้ ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ (องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๑๕๐/๒๑๘)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka