Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 294

<< | หน้าที่ 294 | >>
เสด็จดำเนินประดุจการก้าวย่างของพญากุญชร

มีพระรัศมีประหนึ่งรัศมีของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เป็นต้น

[๓๖] ทรงพระปรีชามาก มีความเพียรมาก

มีความเพ่งพินิจมาก ทรงรู้คติของเหล่าสัตว์จำนวนมาก

ประกอบด้วยพระมหากรุณา

เป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ ทรงขจัดความมืดใหญ่

[๓๗] บางคราว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เลิศในโลกทั้ง ๓ เป็นมุนี

ทรงทราบวารจิตของสัตว์ทั้งหลายพระองค์นั้น

เมื่อจะทรงแนะนำเวไนยสัตว์หมู่ใหญ่จึงทรงแสดงธรรม

[๓๘] พระชินเจ้าตรัสสรรเสริญภิกษุผู้มีปกติเข้าฌาน

ยินดีในฌาน มีความเพียร สงบระงับ

มีจิตไม่ขุ่นมัว ทรงทำหมู่ชนผู้เป็นบริษัทให้ยินดี

[๓๙] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ชาวกรุงหงสาวดี จบไตรเพท

ได้ฟังพระธรรมแล้วก็พลอยยินดี

จึงปรารถนาตำแหน่งนั้น

[๔๐] ครั้งนั้น พระชินเจ้าทรงเป็นผู้นำวิเศษ

ได้ตรัสพยากรณ์ในท่ามกลางสงฆ์ว่า

จงยินดีเถิด พราหมณ์ เธอจักได้ตำแหน่งนั้นสมความปรารถนา

[๔๑] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๔๒] เขาจักมีนามว่าเรวตะ

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka