Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 295

<< | หน้าที่ 295 | >>
[๔๓] ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๔๔] บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลกษัตริย์

ที่มั่งคั่งสมบูรณ์ มีทรัพย์มาก ในกรุงโกลิยะ

[๔๕] ในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมในกรุงกบิลพัสดุ์

ข้าพเจ้าเลื่อมใสในพระสุคต จึงออกบวชเป็นบรรพชิต

[๔๖] ความสงสัยของข้าพเจ้าในสิ่งที่ควรและไม่ควรนั้น ๆ มีมาก

พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมที่ประเสริฐ

กำจัดข้อสงสัยทั้งปวงนั้น

[๔๗] จากนั้น ข้าพเจ้าก็ข้ามพ้นสงสารได้

เป็นผู้มีความยินดีอยู่ในสุขที่เกิดแต่ฌานทุกเมื่อ

ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้าจึงตรัสพระดำรัสนี้ว่า

[๔๘] ความสงสัยบางอย่างในความรู้ของตน

หรือในความรู้ของผู้อื่นทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

ความสงสัยทั้งปวงนั้น บุคคลผู้มีปกติเข้าฌาน

มีความเพียรประพฤติพรหมจรรย์ย่อมละได้

[๔๙] กรรมที่ข้าพเจ้าทำได้ไว้ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐

ได้แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพนี้

ข้าพเจ้าหลุดพ้นดีแล้ว(จากกิเลส)

ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่พ้นไปจากแล่ง

ข้าพเจ้าเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka