Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 306

<< | หน้าที่ 306 | >>
[๑๑๘] ข้าพเจ้าได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว

เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา

อุปัฏฐากพระชินเจ้าผู้ตถาคตด้วยปัจจัยทั้งหลาย

จนตลอดชีวิตในครั้งนั้น

[๑๑๙] ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๒๐] บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลปริพาชก

เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นครั้งสุดท้าย มีอายุได้ ๗ ขวบ

[๑๒๑] เป็นผู้รู้แจ้งพระเวททุกคัมภีร์

แกล้วกล้าในวาทศาสตร์ มีเสียงไพเราะ

มีถ้อยคำวิจิตร สามารถย่ำยีวาทะของผู้อื่นได้

[๑๒๒] เพราะข้าพเจ้าเกิดที่วังคชนบท

และเป็นใหญ่ในถ้อยคำ ข้าพเจ้าจึงได้ชื่อว่าวังคีสะ

เพราะฉะนั้น ถึงแม้ชื่อของข้าพเจ้าจะเป็นเลิศ ก็เป็นชื่อสมมติตามโลก

[๑๒๓] ในกาลที่ข้าพเจ้ารู้เดียงสา อยู่ในวัยเริ่มเป็นหนุ่ม

ได้เห็นท่านพระสารีบุตรในกรุงราชคฤห์ที่รื่นรมย์

ภาณวารที่ ๒๕ จบ


[๑๒๔] ท่านอุ้มบาตรสำรวม สายตาไม่ลอกแลก

พูดพอประมาณ และมองดูเพียงชั่วแอก เที่ยวบิณฑบาตอยู่


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka