Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 305

<< | หน้าที่ 305 | >>
ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงทำที่พึ่ง ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

[๑๑๑] พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งของชนทั้งหลายผู้ไม่มีที่พึ่ง

ทรงประทานความไม่มีภัยแก่คนทั้งหลายที่ตื่นกลัว

ทรงเป็นที่ไว้วางใจของคนทั้งหลายที่มีภูมิธรรมสงบระงับ

ทรงเป็นที่พึ่งของคนทั้งหลายผู้แสวงหาที่พึ่งที่ระลึก

[๑๑๒] เราได้สดุดีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ด้วยคำกล่าวสดุดีมีอาทิอย่างนี้แล้ว

ได้กล่าวสรรเสริญพระคุณอันยิ่งใหญ่

จึงได้บรรลุคติของภิกษุผู้เป็นนักพูดผู้กล้า

[๑๑๓] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีปฏิภาณไม่มีที่สิ้นสุด

ได้ตรัสว่า ผู้นั้นใดเป็นผู้เลื่อมใสทูลนิมนต์พระพุทธเจ้า

พร้อมทั้งสาวกให้เสวยและฉันตลอด ๗ วัน

[๑๑๔] ด้วยมือทั้ง ๒ ของตน และได้กล่าวสดุดีคุณของเรา

ผู้นั้นปรารถนาตำแหน่งของภิกษุผู้เป็นนักพูดผู้แกล้วกล้า

[๑๑๕] ในอนาคตกาล เขาจักได้ตำแหน่งนี้สมความปรารถนา

เสวยทิพยสมบัติและมนุษยสมบัติมีประมาณไม่น้อย

[๑๑๖] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๑๑๗] พราหมณ์นี้จักมีนามว่าวังคีสะ

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

๑ ภูมิธรรม หมายถึงโสดาปัตติมรรคเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๑๑๑/๓๑๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka