Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 314

<< | หน้าที่ 314 | >>
[๑๗๓] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลอำมาตย์ในกรุงหงสวดี

เป็นผู้นำมาซึ่งความเลื่อมใส น่าชม มีทรัพย์

และมีธัญญาหารเหลือล้น

[๑๗๔] ข้าพเจ้าเข้าไปยังวิหารหังสาราม

ไหว้พระตถาคตพระองค์นั้น

ได้ฟังธรรมที่ไพเราะ และทำสักการะแด่พระองค์ผู้คงที่

[๑๗๕] ข้าพเจ้าหมอบลงแทบพระยุคลบาทแล้ว ได้กราบทูลคำนี้ว่า

ข้าแต่พระมุนี ภิกษุรูปใดในศาสนาของพระองค์

เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายทำตระกูลให้เลื่อมใส

[๑๗๖] ข้าแต่พระมหาวีระ ข้าพระองค์พึงเป็นเหมือนภิกษุรูปนั้น

ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดด้วยเถิด

ครั้งนั้น พระศาสดาผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา

เมื่อจะใช้น้ำอมฤตรดข้าพเจ้า

[๑๗๗] ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ลุกขึ้นเถิดลูก

เธอจักได้ตำแหน่งนี้สมความปรารถนา

บุคคลทำสักการะในพระชินเจ้าแล้ว

จะพึงเป็นผู้ปราศจากผลได้อย่างไรเล่า

[๑๗๘] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๑๗๙] เขาจักมีนามว่ากาฬุทายี

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

[๑๘๐] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว

เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา

บำรุงพระชินเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ

ด้วยปัจจัยทั้งหลายจนตลอดชีวิต


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka