Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 320

<< | หน้าที่ 320 | >>
[๒๑๖] บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้ามีนามว่าอภัย

เป็นโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร

ในกรุงราชคฤห์ที่อุดมสมบูรณ์

[๒๑๗] ข้าพเจ้าตกอยู่ในอำนาจของปาปมิตร

ถูกนิครนถ์นาฏบุตรให้ลุ่มหลง

ส่งไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๒๑๘] ข้าพเจ้าทูลถามปัญหาที่ละเอียดสุขุม

ได้ฟังพยากรณ์ที่ประเสริฐ

จึงบวช ไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๒๑๙] ข้าพเจ้าได้รับยกย่องทุกเมื่อ

เพราะการสดุดีพระชินเจ้าผู้ประเสริฐ

เป็นผู้มีร่างกายและปากมีกลิ่นหอม

แต่เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความสุข

[๒๒๐] เพราะอานุภาพแห่งกรรมนั้น

ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม

มีปัญญาแจ่มใส มีปัญญาว่องไว

มีปัญญามาก และมีปฏิภาณที่วิจิตร

[๒๒๑] ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส

กล่าวสดุดีพระสยัมภูพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน

ด้วยผลแห่งกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ได้ไปบังเกิด

ในอบายภูมิตั้งหลายแสนกัป

[๒๒๒] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka