Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 319

<< | หน้าที่ 319 | >>
[๒๐๘] บุคคลผู้ใด ถึงเป็นปุถุชนก็ไม่ตกอยู่ในอำนาจของกิเลส

ประกอบด้วยสติ มีสัมปชัญญะ

เพราะฉะนั้น บุคคลผู้นั้นจึงเป็นอจินไตย

[๒๐๙] กิเลสที่มีกำลังอ่อน ซึ่งนอนเนื่องอยู่ในสันดานของเรา

ถูกเผาด้วยไฟคือญาณแล้วไม่สิ้นไป ข้อนั้นไม่เคยมีเลย

[๒๑๐] ผู้ใดเป็นที่เคารพของสัตว์โลกทั้งปวง

ซึ่งเป็นครูในโลก และเป็นอาจารย์ของชาวโลก

โลกย่อมอนุวัตรตามผู้นั้น

[๒๑๑] ข้าพเจ้าขอสดุดีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ด้วยคาถามีอาทิดังนี้แสดงธรรมตลอดชีวิต

จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้ไปเกิดในสวรรค์

[๒๑๒] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้ากล่าวสดุดีพระพุทธเจ้าไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการกล่าวสดุดี

[๒๑๓] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ครองราชสมบัติที่ยิ่งใหญ่อันเป็นทิพย์ในเทวโลก

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเสวยราชสมบัติที่ยิ่งใหญ่เป็นอันมาก

[๒๑๔] ข้าพเจ้าเกิดเฉพาะใน ๒ ภพ

คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์

คติอื่นข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย

นี้เป็นผลแห่งการกล่าวสดุดี

[๒๑๕] ข้าพเจ้าเกิดเฉพาะใน ๒ ตระกูล

คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์

ข้าพเจ้าไม่รู้จักตระกูลต่ำเลย

นี้เป็นผลแห่งการกล่าวสดุดี


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka