Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 332

<< | หน้าที่ 332 | >>
[๒๙๗] บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลพราหมณ์

เมื่อข้าพเจ้ายังอยู่ในครรภ์มารดา

มารดาเป็นหญิงมีกายมีกลิ่นหอม

[๒๙๘] และในเวลาที่ข้าพเจ้าคลอดจากครรภ์มารดานั้น

กรุงสาวัตถีหอมฟุ้งเหมือนอบด้วยกลิ่นหอมทุกอย่าง

[๒๙๙] ขณะนั้น ฝนดอกไม้ที่หอมหวล

กลิ่นทิพย์ที่น่ารื่นรมย์ใจ และธูปมีค่ามากก็หอมฟุ้งไป

[๓๐๐] ข้าพเจ้าเกิดในเรือนหลังใด

เรือนหลังนั้น เทวดาได้ใช้ธูปและดอกไม้

ล้วนแต่มีกลิ่นหอมและเครื่องหอมมาอบ

[๓๐๑] ในเวลาที่ข้าพเจ้ายังเยาว์และเจริญวัยดำรงอยู่ในปฐมวัย

พระศาสดาผู้เป็นสารถีฝึกนรชน

ทรงแนะนำบริษัทของพระองค์ที่เหลือแล้ว

[๓๐๒] มีสาวกเหล่านั้นทั้งหมดแวดล้อมเสด็จมาถึงกรุงสาวัตถี

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นพุทธานุภาพนั้นแล้วจึงออกบวช

[๓๐๓] ข้าพเจ้าเจริญธรรม ๔ ประการ

คือ ศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุตติอันยอดเยี่ยม

แล้วบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ

[๓๐๔] ในคราวที่ข้าพเจ้าออกบวช

ในคราวที่ข้าพเจ้าเป็นพระอรหันต์

และในคราวที่ข้าพเจ้าจักปรินิพพาน

ได้มีฝนซึ่งมีกลิ่นหอม(ตกลงมา)


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka