Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 331

<< | หน้าที่ 331 | >>
[๒๘๙] พระองค์ทรงพร่ำสอนอย่างนี้ว่า

บุคคลจะเป็นผู้มีโภคสมบัติมากได้ก็เพราะการถวายทาน

จะเข้าถึงสุคติได้ก็เพราะศีล

จะดับกิเลสได้ก็เพราะการเจริญภาวนา

[๒๙๐] บริษัททั้งหลายทั้งปวงฟังเทศนานั้นที่มีความเบาใจมาก

ซึ่งไพเราะทั้งเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุด

มีรสเลิศประหนึ่งน้ำอมฤต

[๒๙๑] ข้าพเจ้าได้ฟังพระธรรมที่ไพเราะยิ่ง

ก็เกิดความเลื่อมใสในศาสนาของพระชินเจ้า

จึงถึงพระสุคตเป็นที่พึ่งนอบน้อมบูชาจนตลอดชีวิต

[๒๙๒] ครั้งนั้น ข้าพเจ้านั้นได้ใช้คันธชาติ ๔ ชนิด

ทาพื้นพระคันธกุฎีของพระมุนีเดือนละ ๘ วัน

[๒๙๓] โดยตั้งปณิธานให้สรีระที่ปราศจากกลิ่นหอมให้มีกลิ่นหอม

ครั้งนั้น พระชินเจ้าได้ตรัสพยากรณ์

ข้าพเจ้าผู้ต้องการได้กายมีกลิ่นหอมว่า

[๒๙๔] นรชนใด ใช้ของหอมทาพื้นพระคันธกุฎีคราวเดียว

ด้วยผลของกรรมนั้น นรชนนั้นเกิดในภพใดภพหนึ่ง

[๒๙๕] นรชนนี้จักเป็นผู้มีกลิ่นกายหอมไปทุก ๆ ชาติ

จักเป็นผู้ประกอบด้วยกลิ่นคือคุณ ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๒๙๖] ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

๑ คันธชาติ ๔ ชนิด คือ (๑) กลิ่นที่เกิดจากราก (๒) กลิ่นที่เกิดจากแก่น (๓) กลิ่นที่เกิดจากดอก (๔) กลิ่นที่เกิดจากใบ (องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๘๐/๓๐๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka