Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 345

<< | หน้าที่ 345 | >>
ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๖๓] ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น

วิมานสูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์

ซึ่งบุญกรรมสร้างขึ้นอย่างสวยงามเพื่อข้าพเจ้า

รู้จักกันว่ากรรณิการ์วิมาน

[๖๔] ปราสาท ๗ ชั้นสูง ๑,๐๐๐ ชั่วลูกธนู

สะพรั่งไปด้วยธง พราวไปด้วยแก้วมณีสีเขียว

และป้อม ๑๐๐,๐๐๐ ป้อม ปรากฏในวิมานของข้าพเจ้า

[๖๕] บัลลังก์ทองคำ บัลลังก์แก้วมณี

บัลลังก์แก้วทับทิม และบัลลังก์แก้วผลึก

เกิดขึ้นตามปรารถนาตามประสงค์

[๖๖] ที่นอนมีราคามากยัดด้วยนุ่น

มีลวดลายต่าง ๆ มีขนตั้งขึ้นด้านเดียวและหมอนพร้อม

[๖๗] ข้าพเจ้ามีหมู่เทวดาห้อมล้อมออกจากวิมาน

เที่ยวจาริกไปในเทวโลก

ในเวลาที่ปรารถนาจะไป

[๖๘] ยืนอยู่ภายใต้ดอกไม้

ข้าพเจ้ามีดอกไม้เป็นเครื่องมุงบังอยู่เบื้องบน

สถานที่ประมาณ ๑๐๐ โยชน์มุงบังไปด้วยดอกกรรณิการ์

[๖๙] เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น บรรเลงกล่อมข้าพเจ้าทั้งเช้าและเย็น

ไม่หยุดหย่อน แวดล้อมข้าพเจ้าเป็นนิตย์ ตลอดคืนตลอดวัน

[๗๐] ในวิมานนั้น ข้าพเจ้ารื่นรมย์ด้วยการฟ้อน

การขับร้อง การเคาะกังสดาล และการประโคม

ข้าพเจ้าเป็นผู้หมกมุ่นในกาม บันเทิงอยู่ด้วยความยินดีในการเล่น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka