Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 372

<< | หน้าที่ 372 | >>
[๓๘] หม่อมฉันเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี เกิดโสมนัส

ประนมมือแล้ว ถือพวงมาลัยดอกอ้อมาบูชาพระสยัมภู

[๓๙] ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายกินนรีแล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๔๐] หม่อมฉันได้เป็นพระมเหสีของท้าวเทวราช ๓๖ พระองค์

และได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐ พระองค์

หม่อมฉันเสวยกุศลกรรมแล้วก็ออกบวชเป็นบรรพชิต

[๔๑] กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๔๒] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป

หม่อมฉันใช้ดอกไม้บูชาไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๔๓] กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๔๔] การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka