Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 374

<< | หน้าที่ 374 | >>
[๕๐] พระมหาราชาได้พระราชทานสมณะ

ผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว แก่หม่อมฉัน

หม่อมฉันรับบาตรของท่านมาแล้ว

นิมนต์ให้ฉันจนอิ่มหนำด้วยอาหารอย่างดีเยี่ยม

[๕๑] หม่อมฉันได้ปรุงอาหารอย่างดีเยี่ยม

และเครื่องลูบไล้ที่มีกลิ่นหอม

ปิดด้วยตาข่าย คลุมด้วยผ้าสีเหลือง

[๕๒] หม่อมฉันระลึกถึงวัตถุทานของหม่อมฉันนี้เป็นอารมณ์จนตลอดชีวิต

ทำจิตให้เลื่อมใสในกุศลกรรมนั้นแล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๕๓] หม่อมฉันได้เป็นพระมเหสีของท้าวเทวราช ๓๐ พระองค์

สิ่งที่ใจของหม่อมฉันปรารถนาก็บังเกิดตามความปรารถนา

[๕๔] หม่อมฉันได้เป็นพระมเหสี

ของพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๐ พระองค์

เป็นหญิงผู้มีกุศลอันสั่งสมไว้แล้ว

เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

[๕๕] หม่อมฉันเป็นผู้พ้นจากเครื่องผูกพันทุกอย่างแล้ว

หม่อมฉันปราศจากตัณหาที่จะให้เกิดอีก

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

๑ อินทรีย์อันอบรมแล้ว ในที่นี้หมายถึงอินทรีย์ ๕ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา อันอบรมแล้วด้วย อริยมรรคภาวนา (ขุ.เถรี.อ. ๑๘๒-๑๘๘/๒๑๐)
๒ ภพน้อยภพใหญ่ ในที่นี้หมายถึงความเจริญและความเสื่อม หรือสมบัติและวิบัติ ความยั่งยืนและ ความขาดสูญ บุญและบาป (ขุ.จริยา.อ. ๒/๒๓)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka