Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 378

<< | หน้าที่ 378 | >>
[๗๕] พระชินเจ้าผู้งดงามดังต้นรกฟ้าขาว

เหมือนพญาไกรสรราชสีห์

พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จมาตามถนน

[๗๖] หม่อมฉันเห็นพระพุทธรังสีแล้ว ก็ร่าเริงตื่นเต้น

ยังไม่ทันถึงประตู ก็ได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๗๗] ทำดอกอุบล ๗ ดอกเหล่านั้น

ให้แผ่ขยายเป็นหลังคากั้นอยู่ในท้องฟ้า

เหนือพระเศียรของพระพุทธเจ้า

[๗๘] หม่อมฉันมีจิตเบิกบาน มีใจยินดี

เกิดโสมนัส ประนมมือ ทำจิตให้เลื่อมใสในบูชานั้น

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๗๙] เหนือศีรษะของหม่อมฉัน เขากั้นเครื่องมุงบังดอกไม้

สีเขียวขนาดใหญ่กลิ่นทิพย์หอมฟุ้งไป

นี้เป็นผลแห่งดอกอุบล ๗ ดอก

[๘๐] บางครั้ง เมื่อหม่อมฉันถูกหมู่ญาตินำออกไป

ครั้งนั้น เขากั้นเครื่องมุงบังดอกไม้สีเขียว

ให้บริวารของหม่อมฉันเท่าที่มีอยู่

[๘๑] หม่อมฉันได้เป็นพระมเหสีของท้าวเทวราช ๗๐ พระองค์

เป็นใหญ่ในทุกภพ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

[๘๒] ได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๖๓ พระองค์

ชนทั้งหลายอนุวัตตามหม่อมฉันทั้งหมด หม่อมฉันมีวาจาน่าเชื่อถือ

๑ มีจิตเบิกบาน หมายถึงมีจิตปราศจากกิเลสมีความโกรธและความถือตัวเป็นต้น มีจิตโสมนัส มีใจสงบ (ขุ.อป.อ. ๑/๑๓๔/๒๔๕)
๒ เทียบได้กับคำว่า เวทชาโต แก้เป็น อุปฺปนฺนโสมนสฺโส (ขุ.อป.อ. ๒/๑๓๒/๓๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka