Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 389

<< | หน้าที่ 389 | >>
[๒๓] หม่อมฉันได้เลือกเก็บดอกสน

มาถวายพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

พระมหาวีระทรงสูดดมกลิ่นดอกสน

ซึ่งมีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นทิพย์

[๒๔] พระมหาวีรสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกพระนามว่าวิปัสสี ทรงรับแล้ว

ได้สูดกลิ่นในขณะที่หม่อมฉันยังมองดูอยู่นั่นเอง

[๒๕] หม่อมฉันประนมมือไหว้พระพุทธองค์

ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์

ทำจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว จากนั้นจึงขึ้นเขาไป

[๒๖] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป

หม่อมฉันได้ถวายดอกไม้ไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๗] กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๒๘] การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๒๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระสลฬปุปผิกาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สลฬปุปผิกาเถริยาปทานที่ ๒ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka