Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 395

<< | หน้าที่ 395 | >>
[๖๖] หม่อมฉันนั่งอยู่ที่โคนต้นโพธิ์นั้นตลอด ๗ คืน ๗ วัน

เมื่อถึงวันที่ ๗ หม่อมฉันได้ทำการบูชาด้วยประทีป

[๖๗] ประทีป ๕ ดวง โชติช่วงล้อมรอบอาสนะ

ครั้งนั้น ประทีปของหม่อมฉันโชติช่วงอยู่จนอาทิตย์อุทัย

[๖๘] ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๖๙] วิมานที่บุญกรรมสร้างขึ้นอย่างสวยงามเพื่อหม่อมฉัน

ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น เรียกว่าปัญจทีปวิมาน

สูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์

[๗๐] ประทีปนับไม่ถ้วนส่องสว่างล้อมรอบหม่อมฉันอยู่

ทั่วทั้งเทววิมานโชติช่วงด้วยแสงประทีป

[๗๑] หม่อมฉันนั่งหันหน้าไปทางทิศบูรพา

ถ้าปรารถนาจะดู ก็จะเห็นได้ทุกอย่างด้วยจักษุ

ทั้งในเบื้องบน เบื้องล่าง และเบื้องขวาง

[๗๒] หม่อมฉันปรารถนาจะเห็นกรรมดีและกรรมชั่ว

ที่คนทำแล้วในที่มีประมาณเท่าใด ที่มีประมาณเท่านั้น

ย่อมไม่มีต้นไม้หรือภูเขามากางกั้นได้

[๗๓] หม่อมฉันได้เป็นพระมเหสีของท้าวเทวราช ๘๐ พระองค์

และได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐๐ พระองค์

[๗๔] หม่อมฉันเกิดในกำเนิดใด ๆ

คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

ในกำเนิดนั้น ๆ ประทีปนับแสนดวงส่องแสงล้อมรอบหม่อมฉัน


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka