Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 403

<< | หน้าที่ 403 | >>
[๑๒๓] พระพุทธเจ้าและพระสัทธรรมของพระองค์

มิได้ย่อหย่อนยังดำรงอยู่ตราบใด ตราบนั้นเป็นเวลาสมควรแล้ว

ที่ฉันจะนิพพาน ลูกเอ๋ย อย่าได้เศร้าโศกถึงแม่เลย

[๑๒๔] พระชินเจ้า พระราหุล พระอัญญาโกณฑัญญะ

พระอานนท์ และพระนันทะเป็นต้น ก็ยังดำรงอยู่

ขอพระสงฆ์จงมีประโยชน์สุขร่วมกัน

ขอให้เดียรถีย์จงเป็นผู้มีความโง่เขลาถูกกำจัดเสียเถิด

[๑๒๕] ยศคือการย่ำยีมารแห่งวงศ์พระเจ้าโอกกากราช

ฉันก็ให้รุ่งเรืองแล้ว

ลูก ๆ ถึงเวลาที่แม่จะนิพพานแล้วมิใช่หรือ

[๑๒๖] ความปรารถนาที่แม่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นมาช้านาน

จะสำเร็จแก่แม่ในวันนี้

เวลานี้เป็นเวลาที่กลองอานันทเภรีบันลือเสียง

ลูกเอ๋ย น้ำตาจะมีประโยชน์อะไรแก่พวกลูก

[๑๒๗] ถ้าลูกทั้งหลายจะมีความเอ็นดู

หรือมีความกตัญญูในมารดา

ก็ขอให้ลูกทุกคนจงทำความเพียรให้มั่น

เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรมเถิด

[๑๒๘] พระสัมมาพุทธเจ้า ซึ่งแม่ทูลอ้อนวอน

จึงได้ทรงประทานการบรรพชาแก่สตรีทั้งหลาย

เพราะฉะนั้น แม่ยินดี ฉันใด

ลูกทั้งหลายก็จงเจริญรอยตามความยินดีนั้น ฉันนั้นเถิด”

[๑๒๙] ครั้นพระนางพร่ำสอนอุบาสิกาเหล่านั้นอย่างนี้แล้ว

มีภิกษุณีทั้งหลายห้อมล้อมเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

ไหว้แล้วได้กราบทูลคำนี้ว่า


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka