Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 412

<< | หน้าที่ 412 | >>
[๑๘๔] ได้ทำโลกให้สวยงามประหนึ่งเวลาอาทิตย์ ๖ ดวง

อุทัยเหนือภูเขายุคันธร

และได้ทำโลกให้เป็นเหมือนกลุ่มตาข่ายดอกไม้ที่ยอดภูเขายุคันธร

[๑๘๕] ใช้พระหัตถ์ข้างหนึ่งกำภูเขามุจลินท์

ภูเขาสิเนรุ ภูเขามันทาระ

และภูเขาทัททระไว้ได้ทั้งหมด

เหมือนกำเมล็ดพันธุ์ผักกาด

[๑๘๖] ใช้ปลายนิ้วพระหัตถ์บังดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ไว้

ทัดทรงดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ไว้เป็นพัน ๆ ดวง

เหมือนทัดทรงพวงมาลัย

[๑๘๗] ใช้ฝ่าพระหัตถ์ข้างหนึ่งธารน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไว้ได้

ทำฝนห่าใหญ่ให้ตกมีอาการดังสายน้ำที่ตกจากภูเขายุคันธร

[๑๘๘] พระนางนั้นได้เนรมิตองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ

พร้อมด้วยบริวารในท้องฟ้า แสดงเป็นครุฑ

คชสาร ราชสีห์ ต่างบันลือร้องอยู่

[๑๘๙] พระองค์เดียวทรงเนรมิตเป็นคณะภิกษุณีนับไม่ถ้วน

แล้วก็อันตรธานกลับเป็นองค์เดียวกราบทูลพระมุนีว่า

[๑๙๐] “ข้าแต่พระมหาวีระ ผู้มีพระจักษุ

หม่อมฉันผู้เป็นพระมาตุจฉาของพระองค์

เป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์

บรรลุประโยชน์ตนโดยลำดับแล้ว

ขอกราบพระยุคลบาท”

[๑๙๑] พระนาง ครั้นแสดงฤทธิ์อย่างต่าง ๆ แล้วลงจากท้องฟ้า

ทรงไหว้พระพุทธองค์ผู้ทรงส่องโลกให้สว่างแล้ว

ประทับนั่ง ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง (กราบทูลว่า)


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka