Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 413

<< | หน้าที่ 413 | >>
[๑๙๒] “ข้าแต่พระมหามุนีวีรเจ้า

ผู้ทรงเป็นผู้นำ หม่อมฉันนั้นมีอายุได้ ๑๒๐ ปี

เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว หม่อมฉันจักนิพพาน”

[๑๙๓] ครั้งนั้น บริษัททั้งหมดนั้น

ถึงความพิศวงยิ่งนักจึงได้พากันประนมมือถามว่า

“ข้าแต่พระแม่เจ้า ผู้มีความบากบั่น พระแม่เจ้าได้ทำบุญอะไรไว้

จึงเป็นผู้มีฤทธิ์หาที่เปรียบมิได้”

[๑๙๔] (พระมหาปชาบดีโคตมีเถรีได้กล่าวบุพจริยาของท่านดังต่อไปนี้ว่า)

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

[๑๙๕] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลอำมาตย์

ซึ่งสมบูรณ์ด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่าง

เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย มีทรัพย์มาก ในกรุงหงสวดี

[๑๙๖] ในกาลบางคราว ข้าพเจ้าพร้อมด้วยบิดา

มีหมู่ทาสีห้อมล้อมเข้าไปเฝ้าพระองค์ผู้องอาจกว่านรชน

พร้อมด้วยบริวารจำนวนมาก

[๑๙๗] พระชินเจ้าผู้ไม่มีอาสวะ

ทำฝนคือธรรมให้ตกลงอยู่ เหมือนท้าววาสวะ

มีกลุ่มแห่งพระรัศมีโชติช่วง

เช่นกับดวงอาทิตย์ในสารทกาล

[๑๙๘] ข้าพเจ้าเห็นแล้วทำจิตให้เลื่อมใส

และได้สดับสุภาษิตของพระองค์

ได้สดับพระผู้ทรงเป็นผู้นำของนรชน

ทรงตั้งภิกษุณีผู้เป็นพระมาตุจฉาไว้ในตำแหน่งที่เลิศ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka