Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 419

<< | หน้าที่ 419 | >>
จักไม่สัมผัสพระยุคลบาทอันละเอียดอ่อนของพระองค์(อีก)

วันนี้ หม่อมฉันจะนิพพาน”

[๒๓๗] พระศาสดาตรัสว่า “จะมีประโยชน์อะไรแก่เธอด้วยรูปนี้

เมื่อธรรมที่เธอเห็นแล้วตามความเป็นจริง

สังขตธรรมทั้งปวงนั้นถูกปัจจัยปรุงแต่ง

ไม่ใช่เป็นสิ่งที่น่ายินดี และเป็นของเลวทราม”

[๒๓๘] พระมหาปชาบดีเถรีพร้อมด้วยภิกษุณีเหล่านั้น

กลับไปยังสำนักของตนแล้ว

นั่งขัดสมาธิชั้นเดียวบนอาสนะที่ประเสริฐ

[๒๓๙] ครั้งนั้น อุบาสิกาทั้งหลายในที่นั้น

ผู้มีความเคารพรักในพุทธศาสนา

ได้สดับความเป็นไปของพระนาง ต่างก็เข้าไปนมัสการพระยุคลบาท

[๒๔๐] ใช้มือตบอก ร้องไห้ คร่ำครวญอย่างน่าสงสาร

อัดอั้นตันใจด้วยความเศร้าโศก ล้มลงที่ภาคพื้น

ดุจเถาวัลย์ที่มีรากขาดแล้วกองลง รำพันด้วยวาจาว่า

[๒๔๑] “ข้าแต่พระแม่เจ้าผู้ประทานที่พึ่งแก่หม่อมฉันทั้งหลาย

พระแม่เจ้า อย่าได้ละทิ้งหม่อมฉันทั้งหลายนิพพานเลย

หม่อมฉันทุกคนขอซบเศียรอ้อนวอน”

[๒๔๒] พระมหาปชาบดีเถรีลูบศีรษะของอุบาสิกาผู้มีศรัทธา

มีปัญญา ซึ่งเป็นหัวหน้าของอุบาสิกาเหล่านั้น ได้กล่าวคำนี้ว่า

[๒๔๓] “ลูกทั้งหลายเอ๋ย

อย่าเลย การพร่ำเพ้อซึ่งเป็นไปในบ่วงแห่งมาร

สังขตธรรมทั้งปวงล้วนไม่เที่ยง

มีแต่จะหวั่นไหวพลัดพรากจากกันไป”


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka