Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 420

<< | หน้าที่ 420 | >>
[๒๔๔] ต่อจากนั้น พระนางก็ละอุบาสิกาเหล่านั้นแล้ว

เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน

และจตุตถฌาน อันยอดเยี่ยม

[๒๔๕] แล้วเข้าอากาสานัญจายตนฌาน

วิญญาณัญจายตนฌาน อากิญจัญญายตนฌาน

และเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ตามลำดับ

[๒๔๖] แล้วพระโคตมีเถรี ก็เข้าฌานทั้งหลายโดยปฏิโลม

จนถึงปฐมฌาน เข้าฌานทั้ง ๓ จนถึงจตุตถฌาน

[๒๔๗] ครั้นออกจากจตุตถฌานแล้วไม่มีอาสวะนิพพาน

เหมือนดวงประทีปหมดเชื้อดับไป

ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ สายฟ้าก็ผ่าลงมาจากนภากาศ

[๒๔๘] กลองทิพย์ก็บันลือลั่นขึ้นเอง เทพทั้งหลายพากันคร่ำครวญ

และฝนดอกไม้ก็โปรยปรายจากอากาศลงสู่พื้นดิน

[๒๔๙] แม้ภูเขาเมรุราชก็กัมปนาทหวั่นไหว

เหมือนคนเต้นรำท่ามกลางโรงเต้นรำ

ทะเลก็ปั่นป่วนครวญครางเพราะความเศร้าโศก

[๒๕๐] เทพ นาค อสูร และพรหมต่างก็พากันสลดใจ

กล่าวขึ้นในขณะนั้นเองว่า “สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ

เหมือนอย่างพระมหาปชาบดีเถรีนี้

ถึงความย่อยยับไปแล้ว”

[๒๕๑] และพระเถรีทั้งหลายผู้ทำตามคำสั่งสอนของพระศาสดา

ซึ่งห้อมล้อมพระมหาปชาบดีเถรีนี้ก็ไม่ยึดมั่นถือมั่น

พากันนิพพานไปแล้ว

เหมือนดวงประทีปหมดเชื้อดับไป


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka