หน้าหลัก พระไตรปิฎก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 437 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระอภิธรรมปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 33
<< | หน้าที่ 437 | >>
[๓๗๒] ครั้งนั้น หม่อมฉันบวชมาแล้วผ่านไป ๗ เดือน

เห็นประทีปสว่างขึ้นและดับไป จึงมีใจสังเวช

[๓๗๓] มีความเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง ฉลาดในปัจจยาการ

ข้ามพ้นโอฆะ ๔ แล้ว ก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๓๗๔] หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ

[๓๗๕] รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๓๗๖] อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ

นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ

และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณที่บริสุทธิ์ของหม่อมฉัน

ล้วนเกิดขึ้นแล้วในศาสนาของพระพุทธเจ้า

[๓๗๗] หม่อมฉันเป็นผู้ฉลาดในวิสุทธิทั้งหลาย

คล่องแคล่วในกถาวัตถุ

รู้แจ้งนัยแห่งพระอภิธรรม เชี่ยวชาญในศาสนา

[๓๗๘] จากนั้น พระราชสวามีผู้ฉลาด

ตรัสถามปัญหาที่ละเอียดลึกซึ้งในโตรณวัตถุ

หม่อมฉันได้วิสัชนาโดยควรแก่กถา

[๓๗๙] ครั้งนั้น พระราชาเสด็จเข้าเฝ้าพระสุคตแล้ว

ทูลถามปัญหาเหล่านั้น

พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ปัญหาเหล่านั้น

เหมือนอย่างที่หม่อมฉันพยากรณ์

๑ โอฆะ หมายถึงสังกิเลสท่วมทับใจสัตว์มี ๔ คือ (๑) กาโมฆะ (๒) ภโวฆะ (๓) ทิฏโฐฆะ (๔) อวิชโชฆะ
๒ วิสุทธิทั้งหลาย หมายถึงสีลวิสุทธิ จิตตวิสุทธิ และทิฏฐิวิสุทธิ (ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๐๔/๒๕๗)

สารบัญ พระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฏก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฏก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฏก
พระอภิธรรม