หน้าหลัก พระไตรปิฏก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 481 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระอภิธรรมปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 33
<< | หน้าที่ 481 | >>
[๑๙๒] ดุจเป็นสิ่งสำคัญของชาวโลกที่เขาบูชากัน

เป็นที่ดึงดูดแห่งนัยนา

เป็นที่ก่อเกิดการสรรเสริญบุญ

เป็นที่ชื่นชมแห่งวงศ์โอกกากราช

[๑๙๓] โดยกาลไม่นานนัก ความแก่ก็จักมาครอบงำลูกรัก

ผู้มีรูปอันใคร ๆ ไม่นินทา จงละพระราชฐานและรูปกาย

ที่บัณฑิตตำหนิแล้วประพฤติธรรมเถิด

[๑๙๔] หม่อมฉันผู้ยังโลเลในรูปที่ยังเป็นสาว

ได้ฟังพระดำรัสของพระมารดาแล้ว

ก็ออกบวชเป็นบรรพชิตแต่เพียงกาย

แต่หาออกบวชด้วยจิตใจไม่

[๑๙๕] หม่อมฉันระลึกถึงตนด้วยความขวนขวายตรวจตราอย่างมาก

พระมารดาตรัสตักเตือนเพื่อให้ประพฤติธรรม

แต่หม่อมฉันมิได้สนใจขวนขวายในการประพฤติธรรมนั้นเลย

[๑๙๖] ครั้งนั้น พระชินเจ้าผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา

ทอดพระเนตรเห็นหม่อมฉันผู้มีผิวหน้าดังดอกบัว

เพื่อให้หม่อมฉันเกิดความเบื่อหน่ายในรูปกาย

[๑๙๗] จึงทรงเนรมิตหญิงคนหนึ่งมีความงามน่าชม น่าชอบใจยิ่งนัก

ซึ่งมีรูปงามกว่าหม่อมฉัน ให้อยู่ในคลองแห่งจักษุของหม่อมฉัน

ด้วยอานุภาพของพระองค์

[๑๙๘] หม่อมฉันอัศจรรย์ใจ เพราะเห็นหญิงที่มีเรือนร่าง

อันน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ก็คิดว่า ‘เราเห็นหญิงมนุษย์ดังกล่าว

นี้มีผลดีและเป็นลาภแก่นัยน์ตาของเรา

[๑๙๙] เชิญเถิดแม่คนงาม แม่จงบอกสิ่งที่ต้องประสงค์แก่ฉัน

ฉันจะให้ แม่จงบอกสกุล นาม

โคตรของเธอแก่ฉัน ถ้าเธอพอใจ


สารบัญ พระไตรปิฏก

พระไตรปิฏก
พระไตรปิฏก
พระวินัยปิฏก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฏก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฏก
พระอภิธรรม