หน้าหลัก พระไตรปิฏก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 491 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระอภิธรรมปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 33
<< | หน้าที่ 491 | >>
[๒๗๒] ขณะนั้น หม่อมฉันมีความเอิบอิ่มประนมมือ

อนุโมทนาว่า ‘ข้าแต่สามี ผ้าสาฎกท่านถวายดีแล้ว

แด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้คงที่’

[๒๗๓] พราหมณ์มีความสุข ประดับตกแต่งแล้ว

เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินในกรุงพาราณสีที่น่ารื่นรมย์

[๒๗๔] ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นพระมเหสีผู้ประเสริฐกว่าพวกนางสนม

เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่งของท้าวเธอ เพราะความรักที่มีในกาลก่อน

[๒๗๕] พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้น

ทอดพระเนตรเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๘ พระองค์

ผู้เที่ยวบิณฑบาต ทรงเบิกบานพระทัย

ได้ถวายอาหารบิณฑบาตที่มีราคามาก

[๒๗๖] นิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายไว้

ทรงสร้างรัตนมณฑปซึ่งประดับด้วยทองมีรัศมีเปล่งปลั่ง

ที่พวกช่างทองได้ทำไว้ซึ่งสูงประมาณ ๑๐๐ ศอก

[๒๗๗] ท้าวเธอทรงเลื่อมใส รับสั่งให้นิมนต์

พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหมด

แล้วได้ทรงถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น

ซึ่งเข้ามาในพระราชนิเวศน์ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง

[๒๗๘] แม้ครั้งนั้น หม่อมฉันก็ได้ร่วมถวายทานนั้นกับพระเจ้ากาสี

ได้เกิดในกาสิกคามในกรุงพาราณสีอีก

[๒๗๙] พระเจ้ากาสีกับพระภาดามีความสุขอยู่ในตระกูลกุฎุมพีที่เจริญ

หม่อมฉันเป็นภรรยาของพี่ชายคนโต ปรนนิบัติสามีอย่างดี

[๒๘๐] น้องชายของสามีหม่อมฉัน เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว

นำอาหารของพี่ชายไปถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้านั้น

เมื่อพี่ชายผู้ซึ่งเป็นสามีของหม่อมฉันมาถึงแล้ว จึงได้บอก(สามี)ให้ทราบ


สารบัญ พระไตรปิฏก

พระไตรปิฏก
พระไตรปิฏก
พระวินัยปิฏก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฏก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฏก
พระอภิธรรม