พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 33
<< | หน้าที่ 540 | >>
[๑๔๙] (๖) อายุ (๗) วรรณะ (๘) สุข (๙) ยศ
(๑๐) ความเป็นอธิบดี รุ่งโรจน์อยู่
[๑๕๐] บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในกรุงกบิลพัสดุ์
เป็นธิดาแห่งเจ้าศากยะพระนามว่าเขมกะ
มีนามปรากฏว่านันทา
[๑๕๑] หมู่ชนกล่าวว่า หม่อมฉันเป็นผู้หนึ่ง
ซึ่งมีความถึงพร้อมด้วยรูปงาม น่าชม
ในคราวที่หม่อมฉันเติบโตเป็นสาว(รู้จัก)
มีรูปและผิวพรรณงดงาม
[๑๕๒] พวกเจ้าศากยะเกิดการวิวาทกันใหญ่โต
เพราะเรื่องแย่งตัวหม่อมฉันนี้
ครั้งนั้น พระบิดาของหม่อมฉันดำริว่า
‘พวกเจ้าศากยะ จงอย่าพินาศเลย’ จึงให้หม่อมฉันบวช
[๑๕๓] ครั้นหม่อมฉันบวชแล้ว ได้ฟังว่า
พระตถาคตเป็นผู้สูงสุดแห่งนรชน ทรงติเตียนรูป
จึงไม่ยอมเข้าเฝ้า เพราะหม่อมฉันมีความหลงใหลรูป
[๑๕๔] หม่อมฉันขลาดต่อการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า จึงไม่ยอมไปรับโอวาท
ครั้งนั้น พระชินเจ้าทรงให้หม่อมฉัน
เข้าไปสู่สำนักของพระองค์ด้วยอุบาย
[๑๕๕] พระองค์ผู้ทรงฉลาดในมรรค
ทรงเนรมิตหญิง ๓ คน ด้วยฤทธิ์
คือ (๑) หญิงสาวที่สวยเหมือนเทพอัปสร
(๒) หญิงชรา (๓) หญิงที่ตายแล้ว
[๑๕๖] หม่อมฉันเห็นหญิงทั้ง ๓ แล้วเกิดความสลดใจ
ไม่ยินดีในซากศพของหญิงที่ตายแล้ว
มีความเบื่อหน่ายในภพ ยืนเฉยอยู่
ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้นำ ตรัสกับหม่อมฉันว่า