หน้าหลัก พระไตรปิฏก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 649 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระอภิธรรมปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 33
<< | หน้าที่ 649 | >>
ของพระชินเจ้าพระนามว่าสุเมธะ

แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๒๔] พระรามาเถรีและพระสุรามาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นสะเดา

[๒๕] อุรุเวลาอุบาสกและยสวาอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก

ยโสธราอุบาสิกาและสิริมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

[๒๖] พระมหามุนีทรงมีพระวรกายสูง ๘๘ ศอก

ทรงเปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ เหมือนดวงจันทร์ในหมู่ดาว

[๒๗] พระรัตนะ ของพระองค์แผ่ไปตลอดโยชน์หนึ่งโดยรอบ

เหมือนแก้วมณีของพระเจ้าจักรพรรดิแผ่ไปโยชน์หนึ่ง

[๒๘] ขณะนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๙๐,๐๐๐ ปี

พระองค์ก็ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

[๒๙] ศาสนาของพระองค์คับคั่งไปด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย

ล้วนแต่ผู้ได้วิชชา ๓ อภิญญา ๖ และพละ ผู้คงที่

[๓๐] แม้ท่านทั้งหมดนั้นล้วนมียศนับไม่ถ้วน หลุดพ้นแล้ว

ไม่มีอุปธิมีพระยศอันยิ่งใหญ่ แสดงแสงสว่างแห่งญาณแล้วนิพพาน

[๓๑] พระชินพุทธเจ้าผู้ประเสริฐพระนามว่าสุเมธะ

เสด็จดับขันธปรินิพพานที่เมธาราม

พระบรมสารีริกธาตุของพระองค์

แผ่ไปอย่างกว้างขวางในนานาอารยประเทศ ฉะนี้แล

สุเมธพุทธวงศ์ที่ ๑๑ จบ


๑ พระรัตนะ หมายถึงพระรัศมี (ขุ.พุทธ.อ. ๒๗/๒๙๓)
๒ พละ หมายถึงกำลังฤทธิ์ (ขุ.พุทธ.อ. ๒๗/๒๙๓)

สารบัญ พระไตรปิฏก

พระไตรปิฏก
พระไตรปิฏก
พระวินัยปิฏก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฏก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฏก
พระอภิธรรม